ตารางเปรียบเทียบเลนส์กันแสง — ดูแบบเร็วๆ
เปิดมาเห็นตารางเลย — เลนส์แต่ละแบบป้องกันแสงช่วง nm ไหน ไม่ต้องท่องจำ แค่ดูแถบสีก็เข้าใจ
| เลนส์ |
380–400 nm
UV (มาตรฐาน)
|
400–420 nm
HEV สีม่วง (แดด/AMD)
|
430–460 nm
HEV สีน้ำเงิน (จอคอม)
|
สีเลนส์ |
|---|---|---|---|---|
|
Standard Multifocal
เลนส์ทั่วไป
|
UV400 มาตรฐาน
|
✗ ไม่กัน
|
✗ ไม่กัน
|
ใส
|
|
Blue Filter AR Coating
เช่น Crizal Prevencia, Hoya BlueControl,
Nikon SeeCoat Blue UV |
UV400 ✓
|
△ น้อยมาก
|
△ ~20%
|
ใส + AR ม่วง
+ เหลือง |
|
🟡 Blue Filter In-Material
|
UV400 ✓
|
✗ ไม่ได้ออกแบบมา
|
✓✓✓ 35–98%
|
เหลืองอ่อน
(ย้อมสีเหลือง) |
|
🔵 UV420 / Lutina / Blue UV Capture
เช่น Tokai Lutina, Essilor Crizal Blue UV Capture,
Nikon Pure Blue UV |
UV400 ✓
|
✓✓✓ ~94%
|
✗ ไม่ได้ออกแบบมา
|
ใสอ่อนๆ
|
|
💜 UV420 + Blue Filter รวม
เช่น Zeiss BlueGuard, Hoya Recharge UV+
|
UV400 ✓
|
✓✓✓ ~94%
|
△ ~5%
|
เหลือง ~5%
|
445–460 nm
เลนส์ต้องมีสีเหลือง
400–420 nm จากแดด
หยิบแว่นของคุณขึ้นมาดู แล้วตอบ 1 ข้อ:
ขึ้นกับว่าเหลืองแค่ไหน
แต่กันแสงจอได้น้อยมาก
ไม่ว่าบนกล่องจะเขียนว่า "Blue Light Blocking", "UV420", "HEV Protection" หรืออะไรก็ตาม — ถ้าเลนส์ใสสนิท มันกันแสงจอได้น้อยมาก
งานวิจัยที่วัด spectrophotometer จริงพบว่า เลนส์ AR coating แบบใสตัดแสงที่ 426 nm ได้เพียง 8.3% ส่วนเลนส์แบบมีสีเหลืองใน material ตัดได้ถึง 73% — ต่างกันเกือบ 9 เท่าจากเลนส์ที่ดูคล้ายกัน
Lam D, et al. (2019). "Spectral Evaluation of Eyeglass Blocking Efficiency of UV/HEV Blue Light." PMC6615932
อ่านต่อด้านล่างเพื่อเข้าใจว่า ทำไมถึงเป็นแบบนี้ มีที่มาจากไหน และแว่นของคุณควรเป็นแบบไหนสำหรับไลฟ์สไตล์จริง
ทำไมคนถึงงงกับเลนส์สีน้ำเงินกันมาก?
ถ้าคุณเคยเดินเข้าร้านแว่นแล้วถามว่า "อยากได้เลนส์กันแสงสีน้ำเงิน" แล้วพนักงานหยิบให้มาสองสามแบบที่ฟังดูเหมือนกัน — คุณไม่ได้โดนหลอก แต่คุณกำลังเผชิญกับปัญหาที่รุมเร้าวงการแว่นตามา กว่า 10 ปี
บริษัทเลนส์รายใหญ่ทั่วโลก ตั้งแต่ Essilor, Zeiss, Hoya ต่างพากันออกผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงสีน้ำเงิน แล้วก็โฆษณาว่า "กันแสงจอคอม" บ้าง "ลดความเมื่อยตาจากสมาร์ทโฟน" บ้าง ซึ่งฟังดูดีมากจนคนแห่ซื้อ — แต่ปัญหาคือ เลนส์แต่ละประเภทออกแบบมาเพื่อตัดแสงคนละช่วง nm เลยทีเดียว
ปัญหาที่แท้จริง
เลนส์ที่เรียกว่า "กันแสงสีน้ำเงิน" บางแบบออกแบบมาเพื่อกันแดดกลางแจ้ง แต่กลับถูกขายว่าใช้หน้าจอคอม และเลนส์บางแบบที่ดีกับจอคอม ก็ใส่ออกแดดแล้วแทบไม่ได้ประโยชน์เพิ่มเติมอะไรเลย
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าแสงจากจอโทรศัพท์ แท็บเล็ต แล็ปท็อป ปล่อยออกมาที่ nm ไหนกันแน่ เลนส์แต่ละแบบตัดแสง nm ไหน และคุณควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับชีวิตจริง
แสงสีน้ำเงินคืออะไร และอยู่ที่ nm ไหน?
แสงที่ตาของเราเห็นได้ มีช่วงความยาวคลื่นตั้งแต่ 380–780 nm โดยยิ่งคลื่นสั้น พลังงานก็ยิ่งสูง แสงที่อยู่ปลายด้านม่วงของสเปกตรัม (380–420 nm) นั้นอยู่ใกล้กับรังสี UV มากที่สุด และมีพลังงานสูงสุดในบรรดาแสงที่ตามองเห็นได้
จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ แสงสีน้ำเงินที่มาจากดวงอาทิตย์ กับ แสงสีน้ำเงินที่มาจากจอ มีช่วง nm ที่ต่างกัน ภัยก็เลยต่างกัน วิธีป้องกันก็ต้องต่างกัน
งานวิจัยจาก Mitsui Chemicals (2023)
ศาสตราจารย์ Funk จาก Technical University of Dresden พบว่าเซลล์ประสาทในจอตาเมื่อโดนแสงที่ 411 nm แสดงอาการ stress และเริ่มกระบวนการตายเซลล์ (apoptosis) มากกว่าเมื่อโดนแสงที่ 470 nm อย่างเห็นได้ชัด — นั่นหมายความว่าแสงช่วง 400–420 nm ทำลายจอตามากกว่าแสงช่วงสีน้ำเงินกลาง
จอต่างๆ ปล่อยแสงออกมาที่ nm อะไรกันแน่?
นี่คือสิ่งที่หลายบริษัทเลนส์ไม่ได้ไปหาข้อมูลให้จริงจังก่อนออกผลิตภัณฑ์ — คือ จอคอม โทรศัพท์ แท็บเล็ต ปล่อยแสงสีน้ำเงินออกมาที่ช่วง nm ต่างจากดวงอาทิตย์
| แหล่งกำเนิดแสง | Peak Blue Light (nm) | ประเภทภัย |
|---|---|---|
| ☀️ ดวงอาทิตย์กลางแจ้ง | 400–420 nm (สีม่วง-น้ำเงิน) | AMD, ลูทีนเสื่อม, ต้อกระจก |
| 💻 จอ LCD/LED Laptop | 445–455 nm | ปวดตา, นอนไม่หลับ |
| 📱 iPhone / Android | 450 nm (peak) | กด Melatonin, นอนไม่หลับ |
| 📱 OLED (Samsung, iPhone 15+) | 460–465 nm | Circadian rhythm ผิดปกติ |
| 🖥️ iPad Pro (LCD) | 445–455 nm | ปวดตา, ขัด Melatonin |
| 💡 หลอด LED ในออฟฟิศ | 440–460 nm | ปวดตาสะสม |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
จอคอมและโทรศัพท์ทุกรุ่นที่ทดสอบ (iPhone 12 mini, iPad Pro, MacBook Pro) พบว่า peak blue emission อยู่ที่ 445–455 nm — ซึ่งอยู่ เลยมาจาก 420 nm แล้ว นั่นคือ UV420 lens ที่ตัดเฉพาะช่วง 400–420 nm แทบไม่ได้ช่วยกรองแสงพีคของจอคอมเลย!
10 ปีของเลนส์กันแสงสีน้ำเงิน — ฉบับย่อ
เลนส์กันแสงสีน้ำเงินผ่านการวิวัฒนาการมากว่าทศวรรษ ตั้งแต่ Essilor ค้นพบอันตรายของ HEV ในปี 2011 จนถึง Zeiss BlueGuard ที่ใช้แนวคิด Balance ในปัจจุบัน
อ่านเรื่องเต็ม — ประวัติ 10 ปีของเลนส์กรองแสงสีน้ำเงิน
ตั้งแต่ห้องแล็บ Essilor จนถึง Zeiss BlueGuard รวมถึงเรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงกับวิศวกร Tokai จากญี่ปุ่น
อ่านบทความประวัติศาสตร์ฉบับเต็ม →
Filter กับ Cut ไม่เหมือนกัน
รู้ไว้ก่อนเลือกเลนส์
กรอง — ลดปริมาณแสงบางส่วนลง แต่ยังให้ผ่านได้บ้าง เช่น เลนส์ UV420 กรองแสงช่วง 400–420 nm ออกไป ~94% แสงสีม่วงใกล้ UV ลดลง แต่ไม่ได้ตัดแสงจอคอม (435–460 nm)
ตัด — ดูดซับแสงช่วงนั้นออกไปโดยตรง เลนส์ที่ ตัดแสงสีน้ำเงินจอคอม (435–460 nm) จะใช้ chromophore ในเนื้อวัสดุ ทำให้เลนส์มีสีเหลือง เพราะสีเหลืองคือสีที่เหลือเมื่อตัดสีน้ำเงินออก
เรื่องที่ผมสงสัยมาตั้งแต่ปี 2019
ตอนนั้นผมได้พบวิศวกรของทีม Tokai ที่มาจากญี่ปุ่นโดยตรง ผมดูเอกสารแล้วเห็นว่า Lutina ตัด UV ถึง 420 nm เท่านั้น แต่หน้าจอของเราปล่อยคลื่นอยู่แถวๆ 435–460 nm ผมเลยถามตรงๆ ว่า "มันไม่ได้กันแสงจอคอมใช่ไหมครับ?"
คำตอบของเขาคือ — "ไม่กัน ถ้าจะกันแสงจอต้องย้อมเลนส์สีเหลือง เพื่อตัดแสงสีน้ำเงินช่วง 435–460 nm ออกไปครับ"
จากวันนั้นผมจึงค้นคว้าเพิ่มเติม จนมั่นใจว่าคำว่า "กรอง" (Filter) กับ "ตัด" (Cut) ให้ความหมายต่างกันจริงๆ ตามหลักฟิสิกส์ และอยากให้ลูกค้าทุกท่านเข้าใจตรงนี้ เพื่อจะได้เลือกเลนส์ให้ถูกกับการใช้งานของตัวเองครับ
มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า "แสงสีน้ำเงิน" คือแสงที่ nm อะไรกันแน่ เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นที่จะช่วยให้เราเลือกเลนส์ได้ถูกต้องครับ
ปากกาเลเซอร์ที่ใช้โชว์ในร้านแว่น — คนละคลื่นกับจอคอมโดยสิ้นเชิง
ปากกาเลเซอร์สีน้ำเงิน/ม่วงที่ร้านแว่นมักหยิบมายิงผ่านเลนส์ให้ดู ส่วนใหญ่ใช้ diode ที่ 405 nm — ซึ่งตามนิยามฟิสิกส์ที่ถูกต้องคือ สีม่วง (violet) ไม่ใช่สีน้ำเงิน Wikipedia และงาน laser physics ชัดเจนว่า "for display applications which must appear true blue, a wavelength of 445–450 nm is required" และ 405 nm นั้น "is not in fact blue, but appears to the eye as violet"
ปากกาเลเซอร์ที่ยิงผ่านเลนส์แล้วไม่ทะลุนั้น คนละช่วงคลื่นกับแสงที่ปล่อยออกมาจากจอคอมพิวเตอร์โดยสิ้นเชิง — เลเซอร์ 405 nm เป็นแสงสีม่วงพลังงานสูงมาก ถ้าเอามาจ้องที่ตาโดยตรงตาบอดได้ทันที นั่นคือเหตุผลที่มันถูกเลนส์ UV420 ดูดซับได้ดี เพราะ UV420 ออกแบบมาเพื่อกันแสงสีม่วงและใกล้ UV จากดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะ
แต่จอคอม โทรศัพท์ และแท็บเล็ตปล่อยแสงที่ peak 445–460 nm — นั่นคือสีน้ำเงินแท้ๆ ซึ่งอยู่คนละจุดบนสเปกตรัม การทดสอบที่สะท้อนการใช้งานจริงต้องวัดที่ช่วง 445–465 nm ด้วย spectrophotometer
ทำไมเลนส์ที่ตัดแสงจอถึงต้องมีสีเหลือง? — Beer-Lambert Law & Complementary Color
เลนส์ที่ตัดแสงสีน้ำเงินจากหน้าจอได้จริงจะมีสีเหลือง ไม่ใช่เรื่องของดีไซน์ แต่มาจากหลักฟิสิกส์ 2 ข้อนี้ครับ:
กฎ 1 — Beer-Lambert Law (การดูดซับแสงในวัสดุ)
การจะตัดแสงช่วง 430–465 nm ต้องมี chromophore (โมเลกุลดูดซับแสง) ในวัสดุเลนส์ที่มี absorption peak ตรงช่วงนั้น โมเลกุลเหล่านี้ดูดซับแสงสีน้ำเงินออกไป ทำให้แสงที่ผ่านเลนส์มาขาดสีน้ำเงิน ไม่มีวิธีอื่น — coating บนผิวสะท้อนได้แค่ 10–15% ส่วนการดูดซับในวัสดุทำได้ 35–98%
กฎ 2 — Complementary Color (สีตรงข้าม)
เมื่อแสงผ่านวัสดุที่ดูดซับสีน้ำเงิน (450–495 nm) ออกไป แสงที่เหลือจะขาดสีน้ำเงิน สมองเราแปลแสงที่ขาดสีน้ำเงินว่าเป็น สีเหลือง เพราะเหลืองและน้ำเงินเป็น complementary color คู่กัน นี่คือกฎพื้นฐานที่สุดในทฤษฎีสี ไม่มีเทคโนโลยีใดในปัจจุบันที่ตัดแสง 450 nm แล้วเลนส์ยังดูใส 100%
งานวิจัยที่พิสูจน์ตัวเลขจริง
วัด transmittance จริงด้วย spectrophotometer เปรียบเทียบเลนส์หลายยี่ห้อ พบว่า Crizal Prevencia แบบ AR coating ใส ตัดแสงที่ 426 nm ได้เพียง 8.3% ในขณะที่ Kodak Total Blue แบบ in-material tint ตัดได้ถึง 73% ที่ nm เดียวกัน — ต่างกัน เกือบ 9 เท่า และเลนส์ใส AR coating "ไม่ได้ออกแบบมาตัดแสงจอคอม แต่ตัดช่วง 400–430 nm เป็นหลัก"
Lam D, et al. (2019). "Spectral Evaluation of Eyeglass Blocking Efficiency of UV/HEV Blue Light for Ocular Protection." PMC6615932
ปากกาเลเซอร์ 405 nm ที่ร้านแว่นนิยมใช้โชว์นั้น "is not in fact blue, but appears to the eye as violet" — สำหรับแสงที่จะดูเป็น "true blue" จริงๆ ต้องใช้ความยาวคลื่น 445–450 nm ขึ้นไป ซึ่งนั่นคือช่วงที่ใกล้เคียงกับ peak ของจอ LCD/LED มากที่สุด
Blue laser — Wikipedia; Laser Pointer Forums spectral analysis documentation
เลนส์ AR coating เท่านั้น สะท้อนแสงออกได้แค่ ~10% ส่วนเลนส์ที่ ดูดซับใน material (เหลือง/amber) ตัดได้ 35–98% ขึ้นกับความเข้มของสีเลนส์ — "ยิ่งเหลืองเข้ม ยิ่งตัดได้มาก ยิ่งใส ยิ่งตัดได้น้อย" และ "clear in-resin products selectively absorb violet/blue wavelengths between 400–460 nm" โดยแสดง transmission curve ชัดเจน
VisionEase Blue Filter Lens Technologies (2017); rocketeyewear.com optical review
UV420 = กันแสงสีม่วง (Violet 400–420 nm) — ดีมากสำหรับแดดกลางแจ้ง เลนส์ดูใสได้ เพราะตาไม่ค่อยรับรู้ช่วงนี้
Blue Light จากจอ = 435–465 nm — ต้องตัดด้วย in-material absorber เลนส์ ต้องมีสีเหลือง
ถ้าคุณอยากรู้ว่าเลนส์ที่ใช้อยู่กันแสงจอได้แค่ไหน ลองสังเกตสีของเลนส์ตามที่อธิบายไว้ข้างต้น หรือขอข้อมูล transmission curve จากผู้ผลิตได้เลยครับ
ข้อมูลต่อไปนี้เป็นสิ่งที่เราอยากให้คุณเข้าใจก่อนตัดสินใจเลือกเลนส์:
เลนส์ ต้องมีสีเหลือง — ถ้าใสก็แปลว่าตัดได้น้อยมาก (น้อยกว่า 15%)
ตัวอย่าง: GUNNAR Amber, Hoya Blue Control (เวอร์ชันเหลือง), BluTech
ป้องกันลูทีนเสื่อม ลดความเสี่ยง AMD จากแดดสะสมระยะยาว
ตัวอย่าง: Lutina (Tokai), Crizal Blue UV Capture (Essilor), Pure Blue UV (Nikon)
ตัวอย่าง: Zeiss BlueGuard, Hoya Recharge UV+
ทำไมเลนส์ที่ไม่สีเหลืองถึงไม่ได้กันจอคอม?
เพราะฟิสิกส์บังคับ — ถ้าคุณอยากดูดซับแสงที่ 445–455 nm (สีน้ำเงินกลาง) วัสดุในเลนส์ต้องดูดซับแสงช่วงนั้น ซึ่งทำให้เลนส์ มองเห็นเป็นสีเหลือง เพราะสีเหลืองคือสีที่เหลืออยู่เมื่อตัดสีน้ำเงินออก ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ในปัจจุบัน
เลนส์ UV420 ที่ดูใสนั้น ตัดแสงที่ 400–420 nm ซึ่งเป็นช่วงที่ แทบอยู่นอกสเปกตรัมที่ตารับรู้ตาของเรารับรู้แสงช่วง 380–420 nm ได้น้อยมาก ดังนั้นการตัดแสงในช่วงนั้นไม่ทำให้เลนส์เปลี่ยนสี ดังนั้นเลนส์จึงยังดูใสอยู่ แต่ก็ไม่ได้ตัดแสงของจอในช่วง 445–455 nm แต่อย่างใด
จุดที่หลายคนสับสน
เลนส์ UV420 ดีมากสำหรับกรองแสงสีม่วงจากแดด (400–420 nm) แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อตัดแสงจอคอม (445–455 nm) ครับ ถ้าใช้งานหน้าจอเป็นหลัก ควรเลือกเลนส์ที่มี Blue Filter ในเนื้อวัสดุ (สีเหลืองอ่อน) จะตรงกับความต้องการมากกว่า — แต่ถ้าใช้ชีวิตกลางแจ้งเป็นหลัก UV420 คือตัวเลือกที่ดีที่สุดเลยครับ
Lutina และ UV420 — ฮีโร่ของคนที่อยู่กลางแจ้ง
Lutinaเลนส์จาก Tokai (ญี่ปุ่น) ใช้เทคโนโลยี Mitsui UV420cut™ ตัดแสง HEV 400–420 nm ได้ 94% ป้องกันลูทีนในจอตาจากการเสื่อม เป็นเลนส์จากบริษัท Tokai ของญี่ปุ่น ที่ใช้เทคโนโลยี UV420cut™ ของ Mitsui Chemicals โดยฝัง monomer พิเศษไว้ในวัสดุเลนส์ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต
สิ่งที่ทำให้ Lutina พิเศษคือ มันไม่ได้แค่ตัดแสง UV ปกติ (ถึงแค่ 400 nm) แต่ขยายการป้องกันต่อไปจนถึง 420 nm ซึ่งเป็นช่วง High Energy Violet (HEV) ที่อยู่ใกล้กับ UV A มากที่สุด
ทำไมต้องป้องกันแสง 400–420 nm สำหรับคนกลางแจ้ง?
เมื่อแสงจากดวงอาทิตย์ที่มี HEV 400–420 nm โดนตาสะสมทุกวัน มันจะทำลาย Luteinสารสีเหลืองในจอตา (macula) ที่ทำหน้าที่กรองแสงพลังงานสูง ถ้า Lutein ลดลงจะเสี่ยง AMD สูงขึ้น ซึ่งเป็นสารที่อยู่ใน macula ของตาเรา Lutein ทำหน้าที่เหมือน "แว่นกันแดดธรรมชาติ" ของตา ถ้า Lutein เสื่อม ก็ไม่มีอะไรปกป้องเซลล์จอตาจากความเสียหายสะสม
งานวิจัยของ Mitsui Chemicals แสดงให้เห็นว่า วันที่แดดจัด ทั้ง UVA และ HEV 400–420 nm ผ่านเข้าตาได้มากถึง 75% แม้แต่วันที่เมฆมาก HEV ก็ยังทะลุมาได้ถึง 40%
คนไทยควรใส่ใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ
กรุงเทพฯ และเมืองเขตร้อนมี UV index สูงกว่าประเทศยุโรปหรือญี่ปุ่นหลายเท่า HEV ที่สะสมในตาของคนที่ออกแดดบ่อยในเมืองไทยสูงกว่าคนในแถบยุโรปอย่างมีนัยสำคัญ
เลือกเลนส์ไหน สำหรับไลฟ์สไตล์แบบไหน?
สรุปง่ายๆ ให้จำได้เลย
| เลนส์ประเภท | ตัดช่วง nm | Indoor Screen | Outdoor แดด | สีเลนส์ |
|---|---|---|---|---|
| Standard Multifocal ทั่วไป | ถึงแค่ 400 nm | ✗ | ✗ | ใส |
| Blue Filter (AR Coating เท่านั้น) | 400–440 nm (เฉพาะ AR) | △ น้อย | △ น้อย | ใส + AR สีม่วง |
| 🟡 Blue Filter In-Material | 430–460 nm | ✓✓✓ | ✗ | เหลืองอ่อน |
| 🔵 UV420 / Lutina / Blue UV Capture | 400–420 nm | △ น้อย | ✓✓✓ | ใส |
| 💜 UV420 + Blue Filter รวม | 400–465 nm | ✓✓ | ✓✓ | เหลืองนิดหน่อย |
คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุด
ขึ้นอยู่ว่ากันช่วง nm ไหน ถ้าเลนส์ใสแล้วอ้างว่ากันแสงสีน้ำเงินจากจอคอม — น่าสงสัยมาก เพราะการตัดแสงที่ 430–460 nm (พีคของจอ) ต้องทำให้เลนส์มีสีเหลือง
แต่ถ้าเลนส์ใสแล้วอ้างว่ากัน UV และแสง HEV 400–420 nm (ประเภท UV420) นั่นเป็นไปได้จริง เพราะช่วงนั้นตาแทบไม่รับรู้สี ดังนั้นตัดออกแล้วเลนส์ก็ยังดูใส
สรุป: เลนส์ใสกันแสงจอคอมได้น้อย แต่กันแดดได้ดี ต้องถามให้ชัดว่าตัดช่วง nm ไหน
ใส่ได้ครับ แต่ต้องรู้ว่ามันกันแสงจอในระดับน้อยมาก UV420 ตัดแสงช่วง 400–420 nm ซึ่งจอคอมปล่อยออกมาน้อย จอคอมปล่อยพีคที่ 445–455 nm ซึ่ง UV420 ไม่ได้ตัด
ดังนั้นถ้าคุณมีปัญหาปวดตาจากจอ UV420 อย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ถ้าคุณออกกลางแจ้งด้วย UV420 ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย
ถ้าคุณนั่งหน้าคอม 8+ ชั่วโมงต่อวัน แนะนำให้ pair กับ Blue Filter หรือเลือก UV420 + Blue Filter รวมในตัวเดียว
Crizal Prevencia (รุ่นเก่า, 2013) ใช้ coating สะท้อนแสง 415–455 nm ออก ~20% เลนส์ใส มี AR สีม่วง เน้นออฟฟิศและในร่ม ยุคแรกถูกมาร์เก็ตว่ากันแสงจอ
Crizal Blue UV Capture (รุ่นใหม่กว่า) ใช้เทคโนโลยี UV420cut™ ฝังใน lens material ตัดแสง 400–420 nm ได้มากกว่า และยังครอบคลุมการป้องกัน UV ด้วย เหมาะสำหรับ outdoor และ multi-purpose มากกว่า
แนะนำให้ถามร้านให้ชัดว่าเป็นรุ่นไหนก่อนตัดสินใจ
ต่างกัน แต่ไม่ใช่อย่างที่หลายคนเข้าใจ
LCD: ใช้ backlight สีน้ำเงิน + phosphor เปลี่ยนเป็นสีขาว ทำให้ peak blue อยู่ที่ ~445–455 nm และออกมาเป็น "spike" ชัดเจน บางรายงานบอกว่า LCD ปล่อยสูงกว่า OLED ถึง 3.1 เท่า
OLED: แต่ละ pixel เป็น RGB เอง ไม่มี backlight แต่ blue subpixel ยัง peak อยู่ที่ 460–465 nm ซึ่งยังอยู่ในช่วงที่กด melatonin และรบกวนการนอนหลับได้
สรุป: OLED ปล่อย blue light น้อยกว่า LCD แต่ก็ยังปล่อยอยู่ในช่วงที่ส่งผลต่อ circadian rhythm ดังนั้นยังต้องระวังเรื่องใช้ก่อนนอน
ต้องแยกแหล่งของแสงก่อน ความเสี่ยง AMD เชื่อมโยงกับการได้รับแสง HEV 400–420 nm จากดวงอาทิตย์สะสมเป็นปีๆ ไม่ใช่แสงจากจอคอม
งานวิจัยของ Mitsui Chemicals (2023) และงาน in vitro ของ Essilor กับ Paris Vision Institute ต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า การป้องกันแสง HEV จากแดดเป็นปัจจัยหนึ่งในการลดความเสี่ยง AMD
แต่ยังไม่มีงานวิจัย clinical trial ขนาดใหญ่ที่พิสูจน์ชัดว่าการใส่เลนส์ UV420 ลด AMD ในคนจริงๆ ได้กี่เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่เป็น in vitro (ในห้องแล็บ)
แนะนำ: ป้องกันดีกว่ารักษา ถ้าออกแดดบ่อย UV420 คุ้มค่า และควรรับประทาน Lutein supplement เสริมด้วย
ส่วนใหญ่ไม่ครับ เลนส์ราคาถูกที่อ้างว่า "block blue light" มักเป็นแค่ AR coating สีน้ำเงินบนผิวที่สะท้อนแสงออกได้แค่ 3–12% ซึ่งไม่ต่างจากไม่มีเลนส์พิเศษเลย
Blue Light Blocking ที่ได้ผลจริงต้องมีทั้ง lens material ที่ดูดซับแสงในช่วง nm ที่ต้องการ การสะท้อนแค่ surface coating ไม่พอ
ถ้าอยากได้ผลจริง ควรเลือกเลนส์จากบริษัทที่มีงานวิจัยรองรับ และซื้อจากร้านแว่นที่สามารถบอกได้ว่าเลนส์ตัดช่วง nm ไหนและด้วยเทคโนโลยีอะไร
ตารางสรุป — เลนส์ไหนกันแสงช่วงไหน จบในภาพเดียว
อ่านมาจนจบแล้ว กลับมาดูตารางนี้อีกทีเพื่อเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ คราวนี้คุณจะเข้าใจทุกช่องในตารางได้ดีขึ้นมาก
| เลนส์ |
380–400 nm
UV (มาตรฐาน)
|
400–420 nm
HEV สีม่วง (แดด/AMD)
|
430–460 nm
HEV สีน้ำเงิน (จอคอม)
|
สีเลนส์ |
|---|---|---|---|---|
|
Standard Multifocal
เลนส์ทั่วไป
|
UV400 มาตรฐาน
|
✗ ไม่กัน
|
✗ ไม่กัน
|
ใส
|
|
Blue Filter AR Coating
เช่น Crizal Prevencia, Hoya BlueControl,
Nikon SeeCoat Blue UV |
UV400 ✓
|
△ น้อยมาก
|
△ ~20%
|
ใส + AR ม่วง
+ เหลือง |
|
🟡 Blue Filter In-Material
|
UV400 ✓
|
✗ ไม่ได้ออกแบบมา
|
✓✓✓ 35–98%
|
เหลืองอ่อน
(ย้อมสีเหลือง) |
|
🔵 UV420 / Lutina / Blue UV Capture
เช่น Tokai Lutina, Essilor Crizal Blue UV Capture,
Nikon Pure Blue UV |
UV400 ✓
|
✓✓✓ ~94%
|
✗ ไม่ได้ออกแบบมา
|
ใสอ่อนๆ
|
|
💜 UV420 + Blue Filter รวม
เช่น Zeiss BlueGuard, Hoya Recharge UV+
|
UV400 ✓
|
✓✓✓ ~94%
|
△ ~5%
|
เหลือง ~5%
|